นายวีระ แข็งกสิการ รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ

ศธ.โต้นักวิชาการ จวกเงินรายหัวทิพย์ ชี้ผลักดันกว่า 10 ปี ถึงได้

นายวีระ แข็งกสิการ รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ในฐานะโฆษก ศธ. เปิดเผยว่า ตามที่นายสมพงษ์ จิตระดับ นักวิชาการทางการศึกษา ได้ออกมากล่าวถึงการเพิ่มเงินอุดหนุนรายหัวนักเรียนนั้น ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนได้ 20% เท่านั้น อีก 80% ผู้ปกครองจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายอื่นๆ

ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าเรียนฟรี 15 ปี ไม่มีอยู่จริง เป็นการเรียนฟรีทิพย์ และการเพิ่มเงินอุดหนุนรายหัวครั้งนี้เป็นการหาเสียงทางการเมืองนั้น อยากให้มองด้วยใจเป็นธรรม

โดย ศธ.ใช้ความพยายามในเรื่องนี้มากว่า 10 ปี กว่าเรื่องนี้จะสำเร็จ ผ่านการผลักดันของหลายรัฐมนตรี ซึ่งรัฐบาลจะมีภาระงบประมาณหลายด้าน ทั้งการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ปัญหาเศรษฐกิจ แต่ก็ยังพิจารณาเพิ่มเงินอุดหนุนรายหัวให้นักเรียนต่อเนื่อง 4 ปี ถึง 8,066 ล้านบาท ซึ่งควรชื่นชมในการให้ความสำคัญของการศึกษาของรัฐบาล

นายสมพงษ์ จิตระดับ นักวิชาการทางการศึกษา

“เราไม่ได้มีการปรับเพิ่มอัตราเงินอุดหนุนรายหัวนักเรียนมานานกว่า 10 ปี โดยปรับครั้งล่าสุดในปี 2553 ขณะที่ปัจจุบันราคาสินค้าเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ซึ่งการเพิ่มอัตราเงินอุดหนุนฯครั้งนี้จะช่วยแบ่งเบาภาระรายจ่ายของนักเรียน จำนวนกว่า 11.5 ล้านคน และลดความเหลื่อมล้ำด้านรายได้ครอบครัวนักเรียนยากจนลงได้ รวมทั้งจะช่วยเพิ่มศักยภาพของสถานศึกษาในการจัดและพัฒนาคุณภาพการศึกษาด้วย สำหรับประเด็นว่าการเพิ่มเงินอุดหนุนรายหัวนักเรียน เพิ่มขึ้นน้อยมากเมื่อเทียบกับเงินเดือน ค่าตอบแทนครูและบุคลากร และการเพิ่มเงินอุดหนุนรายหัวนักเรียนไม่สามารถแก้ปัญหาความยากจนและความเหลื่อมล้ำในสังคมได้นั้น เงินเดือนและค่าตอบแทนก็เป็นงบประจำที่ต้องจ่ายเป็นปกติ จะนำเปรียบเทียบกับการเพิ่มเงินอุดหนุนรายหัวได้อย่างไร และเงินอุดหนุนรายหัวนักเรียนที่เพิ่มขึ้นก็คงไม่สามารถแก้ปัญหาความยากจนได้ทั้งหมดก็จริง แต่นี้คือความพยายามของ ศธ.ที่จะช่วยแบ่งเบาภาระผู้ปกครอง และยังเป็นปัจจัยที่สถานศึกษาได้รับเพิ่มในการจัดการศึกษาและกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน” นายวีระกล่าว

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ f-narita.com

UFA Slot

Releated